คลิปเผยนาทีไล่ฆ่าหมาจรจัด ตร.มั่นใจจับได้แน่

เผยภาพนาทีแก๊งเหี้ยมไล่ล่ายิงสุนัขจรจัด ก่อนเผาซ้ำตาย 2 ด้าน ตร.เผย รู้ทะเบียนรถผู้ที่ก่อเหตุแล้ว เร่งรวบรวมหลักฐาน คาดจับได้แน่เร็วๆนี้ จากกรณีที่มี ภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนจับภาพ รถยนต์กระบะไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งมีชายนั่งมาในรถจำนวน 4 – 5 คน เข้ามาจอดตรงที่สุนัขจรจัดพันธ์ไทยเพศเมีย ชื่อ ดำดำ อายุประมาณ 7 ปี

ที่กำลังนอนหลับอยู่ปากซอยหมู่บ้านไทยศิริ หมู่ 6 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก่อนที่ชายที่นั่งด้านข้างคนขับ จะเปิดกระจกรถใช้ปืนยิงลูกดอกอาบยาพิษยิงใส่เจ้าดำดำจนต้องวิ่งหนีตายไปตามทางรถไฟ แล้วจุดไฟเผาซ้ำ แล้วยังย้อนกลับรถมาแล้วใช้ปืนยิงลูกดอกอาบยาพิษ ยิงใส่เจ้าหูตั้ง สุนัขจรจัดพันธุ์ไทย เพศเมีย อายุ 7ปี ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกตัว จนต้องวิ่งหนีไปตามทางรถไฟอีกตัวจนตาย ก่อนพากันหลบหนีไป ต่อมา น.ส.พัชราภรณ์ บัวคลี่ อายุ 38 ปี ผู้คอยดูแลสุนัขจรจัด2 ตัว หลังทราบข่าว จึงก็ได้ออกตามหา จนกระทั่งพบสุนัขทั้ง 2 ตัวตอนตายอยู่ริมทางรถไฟ จึงได้พยายามออกติดตามรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แล้วเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนสภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุด เมื่อ วันที่ 10 ส.ค.พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมพร้อมทั้งได้สอบปากคำพยานแวดล้อม และได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด และ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญเจ้าทุกข์ มาให้ปากคำ พร้อมกับนำลูกดอกที่เป็นหลักฐานสำคัญ ที่ผู้ก่อเหตุนำมาใช้ยิงสุนัข มามอบให้กับพนักงานสอบสวนด้วย เพื่อที่จะได้ นำลูกดอกนี้ ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่า ผลิตที่ไหน ใช้ในหน่วยงานไหนและเกี่ยวข้องกับใครในพื้นที่หรือไม่ เพื่อจะได้สาวไปถึงตัวคนร้าย ทั้งนี้การตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เบื้องต้นทราบทะเบียนรถยนต์ที่มาใช้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้ครอบครองและขณะเกิดเหตุมีใครนำมาใช้งาน ซึ่งจะได้มีการเชิญตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง ในขณะที่กลุ่มบุคคลที่นำอาวุธมาไล่ยิงสุนัขจรจัดนั้น ก็พอจะได้เบาะแสบ้างแล้วเหลือแต่เพียงการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนแน่นหนากว่านี้ ซึ่งต้องใช้เวลาในการหาหลักฐานมาประกอบ และเชื่อว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุในเร็วๆนี้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews