คอนลาเจนวุฒิศักดิ์ กิน Collagen แล้วผิวขาวสวยไม่แก่จริงมั้ย

คอนลาเจนวุฒิศักดิ์ กิน Collagen แล้วผิวขาวสวยไม่แก่จริงมั้ย คนไทยเราเดี๋ยวนี้เป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ภายนอกกันมาก ตั้งแต่เรื่อง ความสวย หุ่นดี ผิวเต่งตึง หน้าไม่เหี่ยว หน้าใส ขาว เด็กกว่าวัย

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพลังจากการโฆษณาของผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม อาหารเสริม และสถานเสริมความงามที่เปิดขึ้นมามากมายจนเห็นเกลื่อนกลาดทั่วไป ไปว่าจะเดินไปตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือตลาดนัดที่ขายของราคาไม่แพง ก็มักจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณให้ผอม ให้สวย ให้ขาวหุ่นดี หน้าเด้งกันเยอะแยะจนเลือกไม่ถูก โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์คอลลาเจน (Collagen) ที่โฆษณาว่าทำให้ลดเรือนริ้วรอย หน้าไม่เหี่ยว แถมยังช่วยให้ผิวขาวอีก แบบนี้จะไม่ให้ผู้หญิงที่ห่วงใยเรื่องความสวยความงาม ตื่นตัว หันมาซื้อคอลลาเจนไปรับประทานได้ยังไง จะเอาความรู้เรื่อง คอลลาเจน (Collagen) มาฝากทุกคนกัน

คอลลาเจนคืออะไร

คำว่า Collagen หรือ คอลลาเจน ในภาษาไทย มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว เพราะในสมัยก่อนได้นำเอาหนังและเอ็นม้า มาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว เพื่อเป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือก และเครื่องใช้ในครัวเรือน และมีหลักฐานว่ามีการใช้งานกาวในลักษณะดังกล่าวนี้มานานถึง 8,000 ปีแล้ว คอลลาเจน (Collagen) เป็นโมเลกุลของโปรตีนที่มี Polypeptide 3 สายประกอบกันเป็นเกลียวเส้นใย มีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมและยึดจับเซลล์เนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน เช่น เส้นเอ็น ข้อต่อกระดูกต่างๆ รวมถึงช่วยเสริมการสร้างเนื้อเยื่อและเส้นเลือด สามารถพบได้ทั่วไปในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยมีปริมาณถึงร้อยละ 33 ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วยคอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่เยอะเลยทีเดียว เช่นส่วน ผังผืด (Fascia) กระดูกอ่อนเอ็นเอ็นกล้ามเนื้อ และกระดูก คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน

คอลลาเจนของคนในแต่ละช่วงอายุ และการสูญเสียคอลลาเจน

ในวัยเด็กคนเราจะมีคอลลาเจนมากที่สุด ทำให้เราสังเกตได้ว่าผิวพรรณของเด็กนั้นมีความเรียบเนียน เต่งตึง ยืดหยุ่น และดูกระชับมากเป็นพิเศษ และเมื่อเราเติบโตขึ้นจนถึงอายุประมาณ 25 ปีเป็นต้นไป ผิวของเราจะสูญเสียคอลลาเจน และการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกายก็จะลดลงทุกปี ปีละ 1.5% ซึ่งในกรณีนี้ผู้หญิงจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าผู้ชาย ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าผู้หญิงจะดูแก่เร็วกว่าผู้ชาย แม้มีอายุเท่ากัน อัตราการลดลงอย่างต่อเนื่องของคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้จะมีผลให้ผิวพรรณค่อยๆ สูญเสียความชุ่มชื่นไปเรื่อยๆ นุ่มเนียน และความยืดหยุ่นก็ลดน้อยลงไปตามกาลเวลา ผิวที่เคยสวยเต่งตึง นุ่มนวล ค่อยๆ แห้งกร้าน ทำให้เกิดริ้วรอยเหยี่ยวย่นและรอยตีนกา และกว่าคุณจะอายุ 45 ปีระดับคอลลาเจนในชั้นผิวได้ลดลงไปแล้วกว่า 30% เข้าไปแล้ว

เมื่อคนเรามีอายุถึงวัยที่ต้องกังวลเรื่องความร่วงโรยของร่างกาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงวัยทำงาน ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ในช่วงนี้หลายคนเริ่มจะสังเกตเห็นใบหน้า และผิวพรรณที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ไม่เคยมีรอยเหี่ยวย่น กลับมีให้เห็นนิดๆ ประปราย รวมไปถึงสภาพของผิวที่ดูแห้งกร้าน รูขุมขนกว้างขึ้น กว่าแต่ก่อน ทำให้เกิดความกังวลใจ และยังรับไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองเปลี่ยนสภาพจากวัยรุ่น หนุ่มสาว เป็นวัยกลางคน ทำให้ต้องขวนขวาย การซื้อผลิตภัณฑ์ ยาบำรุง ครีมบำรุง และเข้ารับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เพื่อคงสภาพความหนุ่มสาว ให้คงอยู่ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้