travel news

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

ชมความมหัศจรรย์แห่งองค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่ซึ่งมีฐานคอดกิ่วราวกับจะแยกขาด จากกันวางตัวอยู่บนหน้าผานั้น ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” อีกทั้งหินที่อยู่บนดอยนี้ยังมีสีดำหรือน้ำตาลไหม้ บางคนจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุดอยดินจี่” ซึ่งหมายถึงดินที่ถูกไฟไหม้นั่นเอง

พระตำหนักดาราภิรมย์

ย้อนอดีตไปกับความงดงามจากที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นพระราชธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ.2413-2440 โดยเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ที่ก่อนเมืองเชียงใหม่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของไทย

โบราณสถานวัดเกาะกลาง

โบราณสถานที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของลำพูน ซึ่งมีการค้นพบโบราณวัตถุและชิ้นส่วนประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่มีอายุร่วมสมัยกับยุคล้านนาตอนต้น หรือประมาณ 700 ปีมาแล้ว ได้รับอิทธิพลจากศิลปะหริภุญชัย รวมทั้งการขุดค้นพบรูปแบบสถาปัตยกรรมคติทวารดี ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญยิ่งของเมืองไทย

จุดชมวิวกะตะกะรน

จุดชมวิวบนเกาะภูเก็ตนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการมอบความทรงจำแห่งทัศนียภาพ และหนึ่งในนั้นคือจุดชมวิว กะตะกะรน หรือ “จุดชมวิวสามอ่าว” แห่งนี้ เมื่อขึ้นไปชมวิวจากศาลาหกเหลี่ยมบนนั้น คุณจะมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามลงตัวด้วยท้องทะเลและชายหาดโค้งเว้าแบบพระจันทร์เสี้ยวเรียงต่อ ๆ กันราวกับธรรมชาติบรรจงวาดขึ้นมา โดยชายหาดที่เห็นนั้นคือหาดกะตะน้อย อ่าวกะตะ และหาดกะรน ตามลำดับ ซึ่งถ้าเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศดีแล้วล่ะก็ น้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์สดแจ่มจะตัดกับสีขาวของแนวหาดทราย กลายเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก จึงเหมาะเป็นจุดถ่ายภาพที่ระลึกยามมาเยือนภูเก็ต นอกจากนี้พื้นที่ด้านล่าง สามารถจอดรถได้ มีร้านค้าและห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ปราสาทบ้านพันนา

ปราสาทบ้านพันนา หรือ กู่พันนา ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากตัวอำเภอสว่างแดนดิน 11 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายสกลนคร – อุดรธานี โบราณสถานแห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาล หรือที่เรียกว่า “อโรคยศาล” มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 4 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478

อ่างศิลา

ไม่เพียงเป็นสถานตากอากาศทางชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งเท่านั้น หากยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย ตลอดสองฝั่งถนนในอ่างศิลาจึงเรียงรายด้วยร้านอาหารทะเลที่พากันขนกุ้งหอยปูปลาสด ๆ มาเสิร์ฟ นอกจากนี้อ่างศิลายังเคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีตำหนักที่ประทับริมทะเลสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ให้เห็นอยู่

พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง

ดื่มด่ำสถาปัตยกรรมอันงดงามของ “พระตำหนักดอยตุง” หรือ “พระตำหนักสมเด็จย่า” ที่ปลูกสร้างขึ้นมาในกลิ่นอายล้านนาผสมผสานกับความเรียบง่าย และรายล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เติมเสน่ห์ ให้สถานที่แห่งนี้มีความร่มรื่นและน่ารื่นรมย์ พระตำหนักดอยตุงนั้น เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้าง “บ้านหลังแรก” ของพระองค์หลังนี้ขึ้นมา เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2530 เพื่อที่จะได้ทรงแปรพระราชฐานมาทรงงานที่นี่